หมูตุ๋นดอทคอม สาระพันข่าวสาร นานาสาระจากทั่วทุกมุมโลก

เยือนมองโกเลีย สวรรค์บนดินที่ไม่ไกลเกินเอื้อม

เปิดอ่าน 132 views

มองโกเลีย (Mongolia) ดินแดนแห่งธรรมชาติ ภูเขา ป่าไม้ ทุ่งหญ้า ที่อุดมสมบูรณ์และสวยงาม ดั่งสวรรค์ที่ถูกเนรมิตให้อยู่บนพื้นดิน

1. ทะเลทรายโกบี (Gobi Desert)

ทะเลทรายโกบี เป็นทะเลทรายที่มีความกว้างใหญ่ติดอยู่ใน 1 ใน 5 ของทะเลทรายที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมพื้นที่ทางภาคเหนือ ทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน และทางตอนใต้ของประเทศมองโกเลีย ทอดยาวตามแนวชายแดนจีน-มองโกเลีย ประมาณ 4,830 กิโลเมตร มีความสำคัญต่อระบบนิเวศวิทยาของประเทศมองโกเลีย เป็นพื้นที่ที่มีการค้นพบฟอสซิลที่สำคัญ ซึ่งไข่ไดโนเสาร์ใบแรกก็ได้ถูกค้นพบที่นี่ แอ่งทะเลทรายขนาดใหญ่นี้จะโอบล้อมไปด้วยเทือกเขาอัลไตและทุ่งหญ้าสเตปป์ที่กว้างใหญ่ ทะเลทรายโกบีแตกต่างจากทะเลทรายทั่วไปตรงที่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทุ่งหญ้าที่ราบกว้าง เป็นที่อยู่อาศัยของอูฐจำนวนมาก อุดมไปด้วยสัตว์ป่า เช่น แพะภูเขา ม้า ลา ฯลฯ และพืชพรรณ พร้อมทั้งอากาศที่สดชื่น สามารถสูดอากาศที่บริสุทธิ์ได้อย่างเต็มปอด

 2. อูลานบาตอร์ (Ulaanbaatar)

อูลานบาตอร์ เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมองโกเลีย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศ ในหุบเขาบนแม่น้ำ Tuul มีประวัติที่ยาวนาน ในยุคจักรวรรดิมองโกลเคยเป็นเมืองหลวงที่ยิ่งใหญ่ แต่หลังจากการล่มสลายของจักรวรรดิมองโกล เมืองแห่งนี้ก็ได้รับชื่อใหม่ว่า Urga เพื่อเป็นเกียรติแก่ Zanabazar ผู้นำทางด้านศาสนา หลังจากนั้นมีการเปลี่ยนชื่ออีกหลายต่อหลายครั้ง แต่สุดท้ายได้เปลี่ยนมาเป็น อูลานบาตอร์ ในปี ค.ศ. 1924 เพื่อเป็นเกียรติแก่ Sukhbaatar ผู้นำการปฏิวัติการปกครองในมองโกเลีย ซึ่งชื่อนี้มีความหมายว่า วีรบุรุษสีแดง

ปัจจุบันอูลานบาตอร์เป็นศูนย์กลางของการเดินทาง ทั้งเที่ยวบินภายในประเทศและระหว่างประเทศ มีบริการรถไฟและรถโดยสารทางไกล มีถนนที่เชื่อมต่อไปยังพื้นที่อื่น ๆ ของมองโกเลียและประเทศใกล้เคียง สามารถเชื่อมโยงกับเส้นทางรถไฟสายทรานส์-ไซบีเรีย (Trans-Siberian Railway) นอกจากนี้ยังเป็นศูนย์กลางของวัฒนธรรม ศิลปะ พิพิธภัณฑ์ และสถาบันการศึกษาอีกด้วย


3. เมืองเก่าคาราโคลัม (Karakorum)

พื้นที่ของเมืองเก่าแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงในยุคของอาณาจักรมองโกลหรือในยุคของเจงกิสข่าน ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1220 ในหุบเขา Orkhon บริเวณทางแยกของเส้นทางสายไหม ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงอย่างยาวนานมากว่า 40 ปี แล้วล่มสลายไปตามจักรวรรดิมองโกล บ้านเรือนต่าง ๆ ได้ถูกทำลายไปบางส่วน แต่ยังคงหลงเหลือไว้ให้ได้ชื่นชมความงดงามของศิลปวัฒนธรรมในยุคที่มองโกลกำลังรุ่งเรือง โดยเฉพาะพระอาราม Erdene zuu ที่มีกำแพงอันโดดเด่น ยาวประมาณ 400 เมตร กับเจดีย์อีกกว่า 108 เจดีย์ ที่ล้อมรอบพระอารามแห่งนี้ เป็นความสวยงามที่พาย้อนให้เราเข้าสู่ยุคเจงกิสข่านได้ดีที่สุด

 4. ทะเลสาบฮุฟสกุล (khuvsgul lake)

          ที่ความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,645 เมตร ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศมองโกเลีย ซึ่งติดกับชายแดนรัสเซีย เป็นที่ตั้งของทะเลสาบฮุฟสกุล ทะเลสาบที่มีความสวยงามติดอันดับต้น ๆ ของโลก ด้วยมีธรรมชาติที่งดงาม โอบล้อมไปด้วยภูเขา ทุ่งหญ้า และป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ มีความยาวประมาณ 136 กิโลเมตร และลึกถึง 262 กิโลเมตร มีแม่น้ำมากกว่า 90 สาย ที่ไหลมาสู่ทะเลสาบแห่งนี้ ถือเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่มีความบริสุทธิ์เป็นอันดับ 2 ของเอเชีย บริเวณโดยรอบของทะเลสาบ รวมไปถึงพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติทะเลสาบฮุฟสกุล (The Lake Khuvsgul National Park) มีชนเผ่าต่าง ๆ อาศัยอยู่มาก นักท่องเที่ยวจึงสามารถเยี่ยมชมความสวยงามของธรรมชาติไปพร้อม ๆ กับการเยี่ยมชมวิถีชีวิต วัฒนธรรมอันเก่าแก่ของแต่ละชนเผ่าได้อย่างใกล้ชิด

 5. เทือกเขาอัลไต (Altai Tavan Bogd National Park)

   เส้นทางท่องเที่ยวเทือกเขาอัลไต ห่างจากเมือง Bayan-Ulgii ไปประมาณ 180 กิโลเมตร มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 636,200 เฮกตาร์ ซึ่งครอบคลุมทั้งเมือง Bayan-Ulgii, Tsengel Soum, Ulaanhus Soum, Sagsai Soum และ Altai Soum โดยมี Khuiten Uul เป็นยอดเขาที่สูงที่สุด (4,353 เมตร) ซึ่งสามารถมองเห็นฝั่งประเทศจีนและประเทศรัสเซีย ในหน้าหนาวเทือกเขาแห่งนี้จะมีภูมิทัศน์ที่สวยงามมาก ทุกตารางนิ้วจะกลายเป็นสีขาวดั่งปุยเมฆ กลายเป็นสรวงสวรรค์บนดินที่ต้องไปสัมผัส หิมะจะปกคลุมทั่วทั้งเทือกเขา ทะเลสาบ แม่น้ำ ลำธาร ทุ่งหญ้า เป็นความงดงามที่ชีวิตนี้ควรได้ไปเห็นด้วยตา

6. อุทยานแห่งชาติ Khan Khentii Mountain

เยี่ยมบ้านเกิดของเจงกิสข่าน จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรมองโกล ซึ่งเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญมากของจักรวรรดิมองโกล เป็นพื้นที่ปกป้องเมืองหลวง ภายในพื้นที่แห่งนี้โอบล้อมไปด้วยป่าเขา ภูเขาที่สวยงาม  ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติเหล่านี้ทำให้ได้รับการจดบันทึกเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี ค.ศ. 2014 สถานที่ที่สำคัญภายในอุทยานแห่งนี้ก็คือ ทะเลสาบหัวใจสีดำ (Black Heart Blue Lake), กำแพงวีรบุรุษ (Ancestor’s Wall) และสถานที่เกิดเจงกิสข่าน Deluun boldog เป็นต้น

 7. ทุ่ง Dornod Aimag

Dornod Aimag เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกลในประเทศมองโกเลีย เป็นดินแดนทุ่งหญ้าอันเป็นที่พบกันของมองโกเลีย จีน และรัสเซีย ลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ของทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่สามารถมองเห็นได้ไกลสุดลูกหูลูกตา บนทุ่งหญ้าสเตปป์เต็มไปด้วยละมั่งหางขาว (ละมั่งมองโกเลีย) นับพันตัว สามารถเห็นพวกมันได้อย่างใกล้ชิด บริเวณทางใต้ของ Dornod Aimag มีชนเผ่าพื้นเมืองที่ยังคงขับกล่อมเพลงพื้นเมืองอันไพเราะ มีทักษะการตีเหล็กที่ยอดเยี่ยมและมีฝีมือในงานหัตถกรรม คอยต้อนรับและเปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้ศิลปวัฒนธรรมประเพณีพื้นเมืองของชนเผ่า

 8. วัดกานดาน (Gandan Monastery)

   วัดกานดานเป็นวัดที่ยิ่งใหญ่และสำคัญต่อชาวมองโกเลีย สร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1835 ตั้งอยู่ในเมืองหลวงอูลานบาตอร์  ชื่อวัดมีความหมายว่าสถานที่ที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์แบบ ลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นแบบทิเบต ปัจจุบันมีพระสงฆ์อาศัยอยู่ประมาณ 400 รูป เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยสงฆ์ วิทยาลัยพุทธปรัชญา วิทยาลัยการแพทย์และโหราศาสตร์ และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวมองโกเลีย

9. จัตุรัสซัคบาทาร์ (Sukhbaatar Square)

 จัตุรัสซัคบาทาร์ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอูลานบาตอร์ เมื่อมีงานพาเหรดขององค์กรต่าง ๆ มักจะมาจัดขึ้นบริเวณนี้ ถือเป็นหัวใจที่สำคัญของเมืองนี้เลยทีเดียว ซึ่งมีรูปปั้นของ Damdin Sukhbaatar ผู้นำการปฏิวัติในปี ค.ศ. 1921 ตั้งอย่างสง่างามอยู่กลางจัตุรัส โดยมีรูปปั้นของเจงกิสข่านอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน ด้านหลังของรูปปั้นซัคบาทาร์เป็นอาคารรัฐสภาที่โอ่อ่า สวยงาม ส่วนทางด้านตะวันตกเป็นพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ และพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดแสดงเกี่ยวกับพันธุ์ไม้ ดอกไม้ สัตว์ และธรณีวิทยา ในด้านของพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์แห่งชาติ จัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวของการถือกำเนิดมองโกเลีย ทั้งสองพิพิธภัณฑ์จะเปิดตั้งแต่เวลา 10.00-16.30 น. ค่าเข้าชมคนละ 2.50 ดอลลาร์  (*ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง)

 10. อุทยานแห่งชาติ Gorkhi terelj

ห่างจากตัวเมืองอูลานบาตอร์ไปทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80 กิโลเมตร อันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ Gorkhi terelj ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมของนักเดินทางทั่วโลก ด้วยมีธรรมชาติที่สวยงาม น่าสนใจ อากาศเย็นตลอดปี สามารถทำกิจกรรมการเดินป่า เพื่อศึกษาธรรมชาติโดยรอบอุทยานฯ ได้อย่างดีเยี่ยม นอกจากนี้ยังสามารถว่ายน้ำในน้ำแข็ง ล่องแพ ขี่ม้า เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว และกิจกรรมกีฬาเอ็กซ์ตรีมได้อีกด้วย สิ่งที่เป็นไฮไลท์ของอุทยานฯ แห่งนี้ก็คือ ภูเขาหินที่มีรูปร่างแปลกตา แต่ทรงสง่าท่ามกลางธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ นักท่องเที่ยวที่ไปเยือนยังมองโกเลียจึงต้องไม่พลาดการไปสัมผัสกับอุทยานแห่งชาติ Gorkhi terelj

มองโกเลียเป็นดินแดนในฝันของใครหลายคน และมันก็สามารถเกิดขึ้นจริงได้หากตั้งใจค้นหาข้อมูล เตรียมตัวการเดินทาง วางแผนเรื่องเงินให้พร้อม ก็สามารถที่จะไปเหยียบยืนอยู่บนสวรรค์แห่งนี้ได้แน่นอน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก mfa.go.th, visitmongolia.com, mongoliatourism.org และ chinahighlights.com

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น



ร่วมแสดงความคิดเห็น