หมูตุ๋นดอทคอม สาระพันข่าวสาร นานาสาระจากทั่วทุกมุมโลก

เนรเทศ “ยากูซ่าญี่ปุ่น” พร้อมขยายผลหาต้นตอท่อน้ำเลี้ยง

เปิดอ่าน 6 views

นายชิเกฮารุ ยากุซ่าญี่ปุ่น หนีกบดานไทย สารภาพสิ้นเป็นหัวหน้าดูแลธุรกิจผิดกฎหมาย หลังก่อเหตุฆาตกรรมคู่อริ หนีเข้าไทยโดยมีเครือข่ายส่งเงินให้เป็นระยะ ด้านรองผบ.ตร. เร่งขยายผลพร้อมเนรเทศออกนอกประเทศ

(11 ม.ค.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. พร้อมเจ้าหน้าที่จากประเทศญี่ปุ่น เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรเมืองลพบุรี เพื่อร่วมสอบปากคำขยายผลการจับกุมตัว นายชิเกฮารุ ชิเรอิ อายุ 72 ปี ชาวญี่ปุ่น สมาชิกอวุโสผู้ทรงอิทธิพลของแก๊งยากูซ่าสาขาของ ยามากุชิ กุมิ ร่วมกับพวกอีก 7 คน สังหารรองหัวหน้าแก๊งยากูซ่าคู่อริ แล้วหลบหนีความผิดมาแต่งงานกับสาวไทยและกบดานอยู่ในจังหวัดลพบุรี นาน 13 ปี และตำรวจภูธรจังหวัดลพบุรีสามารถจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้

จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่า หัวหน้าแก๊งสาขาของยามากุชิกุมิ ซึ่งเป็นแก๊งยากูซ่าที่ใหญ่อับดับต้นๆของประเทศญี่ปุ่น มีสมาชิกมากกว่า 2 แสนคน โดยกลุ่มนี้จะมีการแยกย่อยกลุ่มออก 4-5 กลุ่มย่อย แต่ละกลุ่มก็จะมีรองหัวหน้าแก๊งดูแล ซึ่งในตัวผู้ต้องหารายนี้ก็ดูแลอยู่อีกสาขาที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายประเภทบ่อน และโต๊ะที่ผิดกฎหมายทุกชนิด

นายชิเกฮารุ ให้การว่า ตลอดระยะดวลาที่อยู่เมืองไทย จะได้รับเงินจากเพื่อนชาวญี่ปุ่ม ครั้งละ 10,000 บาท เป็นประจำปีละ 2-3 ครั้ง ซึ่งตำรวจจะเร่งขยายผลต่อไปว่าใครคือผู้ส่งเงินให้กับนายชิเกฮารุ และมีเครือข่ายการกระทำผิดอยู่ในประเทศไทยหรือไม่

สำหรับกรณีนี้ทางตำรวจจะทำการเนรเทศนายชิเกฮารุ กลับไปรับโทษยังประเทศญี่ปุ่นต่อไป แต่ต้องทำการตรวจสอบก่อนว่านายชิเกฮารุเคยต้องคดีหรือเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีใดในประเทศหรือไม่ หากมีก็ต้องดำเนินคดีและรับโทษในประเทศไทยก่อน จึงจะเนรเทศออกจากราชณาจักรได้

สำหรับ ยามากุชิ กุมิ เป็นแก๊งยากูซ่า เล็กๆ ที่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1915 โดยมี คุมิโช เป็นผู้ก่อตั้งและเป็นหัวหน้าใหญ่คนแรก และปัจจุบัน ชิโนดะ เคนอิจิ อายุ 75 ปี คือหัวหน้าแก๊งยากูซ่าคนล่าสุด เป็นรุ่นที่ 6 เขาคือผู้มีสองบุคลิก ชายที่อันตรายที่สุดของตำรวจญี่ปุ่น เป็นนักธุรกิจที่เปลี่ยนองค์กรยากูซ่าชนิดพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน

ปี 1976 ยามากุชิ-กุมิ มีความรุ่งเรื่องที่สุด และกลายเป็นองค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก ภายใต้การนำของ ทาโอกะ คาซุโอะ หัวหน้าแก๊งในยุคที่ 3 เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก ยามากุชิ โนโบรุ บุตรชายของ ยามากุชิ ฮารุคิชิ  และทาโอกะ คาซุโอะ เรียกร้องให้สมาชิกในกลุ่มประกอบธุรกิจถูกกฎหมาย และอนุญาตให้ลูกน้องตั้งกลุ่มของตัวเองได้ จึงเกิดระบบโครงสร้างภายในตระกูลขึ้น

ปี 1978 ทาโอกะ คาซุโอะ ถูกสมาชิกของแก๊งคู่อริ ‘มัตสึดะ-กุมิ’ ลอบยิงจากด้านหลังขณะเต้นที่ไนต์คลับแห่งหนึ่งในเกียวโต แต่รอดมาได้

ปี 1981 ทาโอกะ คาซุโอะ เสียชีวิตจากอาการหัวใจวาย ทำให้ทาโอกะ ฟูมิโกะ ภรรยาของทาโอกะ คาซุโอะ ต้องเป็นรักษาการตำแหน่งหัวหน้าใหญ่แทน ถึง 3 ปี

ปี 1984 สภาแกนนำระดับสูง 8 คนของกลุ่ม ได้เลือก ทาเคนากะ มาซาฮ เป็นคุมิโชรุ่นที่ 4 และเกิดการแยกกลุ่มกันเกิดขึ้น โดย ยามาโมโตะ ฮิโรชิ นำสมาชิกกว่า 3,000 คน ออกมาตั้งแก๊ง ‘อิจิวะ-ไค’ ในโอซากา นำไปสู่สงคราม ยามะ-อิจิ อย่างเต็มรูปแบบ

ปี 1985 – 1989 หลัง ทาเคนากะ รองหัวหน้าใหญ่ของแก๊ง ยามากุชิ-กุมิ ถูกลอบสังหารในปี 1985 ทำให้เกิดการปะทะกันทั่วประเทศกว่า 200 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 36 คนและบาดเจ็บอีกมากมาย แม้แก๊ง ยามากุชิ-กุมิ จะเป็นฝ่ายชนะ แต่สมาชิกสำคัญถูกตำรวจจับกุมหลายคน และเริ่มเข้าสู่ยุคเสื่อมถอย

กระทั่งปี 2005 ยามากุชิกุมิ ภายใต้การนำของ ชิโนดะ กลับมาขยายอิทธิพลอีกครั้ง และปฏิรูปองค์กรมีลักษณะคล้ายบริษัทสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพ

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น



ร่วมแสดงความคิดเห็น