หมูตุ๋นดอทคอม สาระพันข่าวสาร นานาสาระจากทั่วทุกมุมโลก

เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้คุณมีซิกแพคได้แบบไม่ยากเย็น

เปิดอ่าน 49 views

ซิกแพค (Six packs) หมายกล้ามเนื้อหน้าท้องจำนวนหกลูก นอกจากจะเป็นกล้ามเนื้อที่แสดงออกถึงความเซ็กซี่ของคุณผู้ชายแล้ว ยังแสดงออกถึงความใส่ใจสุขภาพอีกด้วย

มีงานวิจัยหลายชิ้นบ่งชี้ว่า ผู้ออกกำลังกายเพื่อซิกแพคส่วนมากจะล้มเหลว เนื่องจากผู้ออกกำลังกายสนใจผลลัพธ์ในของการออกกำลังกายมากไป เมื่อผ่านไปสักพักแล้วยังไม่เห็นผลจึงเบื่อและล้มเลิกไปในที่สุด ทั้งที่ความจริงการปั้นซิกแพคให้ขึ้นรูปสวยงาม จำเป็นต้องอาศัยความสม่ำเสมอ และความต่อเนื่อง

และถ้าหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังปั้นซิกแพค หรือเคยลองแต่ล้มเลิกไปแล้ว วันนี้ Pepper ขอเสนอเทคนิคง่ายๆ 6 ข้อ ที่จะช่วยให้คุณมีซิกแพคได้อย่างไม่อยากเย็น

 1 ดื่มน้ำหลังตื่นนอน

ในเวลาที่คนเรานอนหลับร่างกายจะทำการเข้าสู่โหมดจำศีล ซึ่งเจ้าโหมดนี้ทำให้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่ต่ำลง นอกจากนี้ในช่วงเวลาที่เรานอน ร่างกายยังทำการขับน้ำออกทางลมหายใจไปจำนวนหนึ่งส่งผลให้หลังจากตื่นนอนร่างกายจะเข้าสู่สภาวะขาดน้ำนั่นเอง

มีงานวิจัยค้นพบว่า หากเราดื่มน้ำปริมาตร 300-500 ซีซี (1-2 แก้ว) หลังตื่นนอนจะทำห้ร่างกายมีระบบเผาผลาญที่สูงขึ้นถึง 24% เป็นเวลา 90 นาที หากดื่มน้อยกว่านั้นจะไม่สามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญได้ นอกจากนี้เรายังควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 1-2 ลิตรอีกด้วย

2 ก่อนจะกินอะไรให้คิดถึงซิกแพคเข้าไว้

ข้อนี้เป็นเทคนิคที่ได้มาจากการสัมภาษณ์เหล่านายแบบทั้งหลาย พวกเขาบอกตรงกันว่า เมื่อเขาตั้งเป้าว่าต้องการมีซิกแพคแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะกินอะไรก็ตาม พวกเขาจะคำนึงถึงแคลลอรี่ของอาหารมื้อนั้น ๆ หากมันมีจำนวนมาก พวกเขาก็จะหลีกเลี่ยงมัน และเลือกกินของที่มีแคลอรี่ต่ำแทน

เทคนิคนี้สามารถปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างดี ลองคิดถึงพลังงานที่เราจะได้รับจากข้าวขาหมูดูสิ แล้วคิดถึงภาพเราที่มีซิกแพคเข้าไว้ จะช่วยเสริมกำลังใจให้เราต่อต้านกับความยั่วยวนของอาหารแสนอร่อยแต่ชวนอ้วนได้อย่างดีเลยเชียวล่ะ

3 Strength and HIIT training

แน่นอนว่าการออกกำลังก็เป็นปัจจัยสำคัญสำหรับการสร้างซิกแพคอย่างแน่นอน แต่ต้องออกแบบไหนล่ะถึงจะถูกต้อง จากการศึกษาวิจัยพบว่า หากต้องการสร้างซิกแพคควรออกกำลังแบบ Strength training และ HIIT

Strength training คือการออกแรงต้านกับแรงต้านต่าง ๆ เช่น การยกน้ำหนัก เพื่อเป็นการเพิ่มขนาดให้กับกล้ามเนื้อ เมื่อกล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่ขึ้น ระบบเผาผลาญพื้นฐานก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย

HIIT คำนี้ย่อมาจาก High Intensity Interval Training หรือก็คือ การออกกำลังกายแบบหนักสลับเบา เช่น การวิ่ง จากเดิมเราอาจจะวิ่งสบาย ๆ ต่อเนื่อง 30 นาที แต่หากเป็น HIIT เราจะต้องวิ่งแบบเร็วสุด 2 นาที จากนั้น สลับเป็นการวิ่งเหยาะ ๆ 1 นาที ทำสลับกันไปจนครบ 30 นาที เป็นต้น การทำแบบนี้จพทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายจะยังทำงานต่อไปแม้จะหยุดออกกำลังกายไปแล้วนานสูงสุดถึง 39 ชั่วโมงเลยทีเดียว

4 มื้อเช้า ห้ามพลาด

มีงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยแมสซาซูเซจพบว่า คนที่งดอาหารเช้าจะมีโอกาส “พุงยื่น” มากกว่าคนที่รับประทานอาหารเช้าสูงถึง 4.5 เท่า นอกจากนี้การรับประทานอาหารเช้ายังช่วยโอกาสการเกิดโรคสมองเสื่อมได้อีกด้วย

5 พกของกินที่มีประโยชน์ติดตัวไว้เสมอ

ในช่วงของการควบคุมอาหารและลดน้ำหนัก อาจส่งผลให้ร่างกายของเราเกิดอาการหิวบ่อยๆ ลองนึกภาพตัวเรากำลังหิวจัด และแถวนั้นมีแต่ร้านข้าวขาหมูล่ะ จำทำยังไงดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาหารตบะแตก เราควรพกอาหารที่มีประโยชน์ติดตัวเอาไว้ในยามขับคัน หรือรู้สึกหิวเราสามารถหยับจับเข้าปากโดยที่ไม่ส่งผลเสียต่อรอบเอวเรามากนัก อาหารที่เราแนะนำก็จะเป็นพวกโปรตีนจากเนื้อปลา ข้าวไม่ขัดสี อาหารที่มีเส้นใยสูง เป็นต้น แน่นอนว่าการปรุงจะต้องปลอดน้ำมันอีกด้วย

6 เข้านอนแต่หัววัน

การนอนดึกส่งผลร้ายต่อร่างกายหลายอย่าง ๆ ทั้งระบบสมอง ระบบภูมิคุ้มกัน และระบบเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งหลายคนเข้าใจผิดว่าหากนอนดึกก็ตื่นสายทดแทนได้ ซึ่งความจริงแล้วไม่ได้ เพราะในร่างกายคนเรามีระบบที่เรียกว่า เซอร์คาเดียน หรือ นาฬิกาชีวิตนั่นเอง นอกจากนี้การนอนดึกจะทำให้ร่างกายตอบสนองต่อฮอร์โมนอินซูลินน้อยลงทำให้ร่างกายสะสมไขมันที่หน้าท้องเพิ่มขึ้น และมันไม่ดีกับซิกแพคของเราเอาเสียเลย

จะเห็นได้ว่าทั้ง 6 ข้อนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลย ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องในชีวิตประจำวัน สิ่งสำคัญก็คือการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เคร่งคัด และมีวินัยกับตัวเอง

TAGS ที่เกี่ยวข้อง

ความคิดเห็น



ร่วมแสดงความคิดเห็น